2009/Dec/10

วันนี้เรามาลองทำควิซกันดีกว่า ว่าเข้าข่ายจะเป็น ohitorisama หรือว่า พูดง่ายๆ อาจจะหมายความว่า อยู่บนคานทองมั้ย นั่นเอง

เพราะว่าได้ดูรายการ ousama no lunch ที่ มิสึกิซัง เคตะ กับเทปเปไปออกรายการ สัมภาษณ์เกี่ยวกับละครเรื่องนี้ อร๊ายยยยยย มาลองทำกันดูเลยดีกว่า

 

1  ไปดูหนังคนเดียวมั้ย    ไปสิก็เคยไปนะ ดูแบบว่าบัตรที่นั่งรถอ่ะ ดูดนเดียวเลย ก็ไม่มีใครไปเป็นเพื่อนนี่นา

2  ไปออนเซนคนเดียวมั้ย  เอ่อ อันนี้ยังไม่เคยลองนะ ถ้าได้ลองสักครั้งอาจจะไปคนเดียวได้ก็ได้นะ

3 ไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวมั้ย  ถ้าเป็นประเทศที่พูดภาษาได้เอาตัวรอดเองได้ก็ไปคนเดียวได้นะ เคยเกือบทำแบบนั้นมาแล้วด้วยนี่สิ เหอ เหอ เพราะวินส์นี่แหละนะถึงยอมไปคนเดียวได้อ่ะ

4 ไปร้านเนื้อย่างคนเดียวมั้ย  เรื่องแบบนี้ไม่มีทาง ไปก็ต้องมีคนไปด้วยสิ ถึงจะอร่อยเนอะ

5 ไปดูคอนเสิร์ตของนักร้องที่ชอบคนเดียวมั้ย  เหอ เหอ ต้องไปกับเพื่อนถึงจะสนุกนะ แต่ว่าถ้าจะเป็นต้องไปคนเดียวก็ทำได้นะ แหงสิเคะ ข้อนี้ตอบว่ายังไงก็ต้องไปดูคนเดียว ลองพาคนอื่นไปด้วยสิ ถ้าไม่ใช่ผู้ชายรับรองว่าหน้าหนึ่งเป็นข่าวดังกันไปอีกแน่ๆ

6 ไปถ่ายรูปสติ๊กเกอร์คนเดียวมั้ย   เอ่อ อันนี้ขอสารภาพเลยว่าไปถ่ายคนเดียวเลย ไม่ใช่แบบว่ามีเพื่อนไปด้วยนะ คือว่าไปคนเดียวก็ถ่ายคนเดียวเลย อ๊ะ แบบถ่ายกับเพื่อนก็เคยไปนะ มีเยอะเลย เคยไปถ่ายคนเดียวสักสองครั้งได้มั้ง

7 ไปดื่มเหล้าจนเมาคนเดียวมั้ย  ไม่ดื่มเหล้าอ่ะ เพราะฉะนั้นจะไม่มีเด็ดขาด อ๊ะ แต่เคยดื่มครั้งนึงแต่ก็ไม่เคยดื่มจนเกินควบคุมตัวเองไม่ได้นะ

8 ไปร้องคาราโอเกะคนเดียวมั้ย  ไม่มีทางถ้าต้องไปร้องคนเดียวจะไปทำไมล่ะ เปิดเพลงที่บ้านแล้วแหกปากร้องในห้องคนเดียวดีกว่า อิอิ

9 ไปสวนสนุกคนเดียวมั้ย  ไม่หรอก ถ้าไปคนเดียวก็ไม่สนุก ต้องมีคนไปเที่ยวกับเราด้วยสิใช่ม้า

10 จัดงานปาร์ตี้วันเกิดคนเดียวมั้ย ตั้งแต่เกิดมาที่บ้านไม่เคยฉลองวันเกิดให้ ทุกปีจะเปิดเพลงของวินส์ฟัง แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ แต่มีปีที่ผ่านมาเพราะว่าไปอยู่หอรวมกับเพื่อนก็เลยมีเซอร์ไพร์ฉลองจากเพื่อนๆให้ จะเรียกว่าจัดคนเดียวดีมั้ยน้า

 

 กรี๊ดดดดดดดด ส่วนใหญ่ชั้นก็เหมาไปหมดเลยนี่หว่า ชั้นไม่อยากเป็น hitorisama อยู่คนเดียวนะ ม่ายยยยย  ก็เราเป็นคนแบบนี้นี่นา คิดว่าบางครั้งการที่มีคนทำอะไรด้วย บางครั้งชักช้าไม่ทันใจ ทำอะไรเองคนเดียวก็สะดวกสบายดี  ก็เลยเคยชินกับการอยู่กับตัวเอง พยายามทำให้ได้ทุกอย่างโดยคิดว่าคนอื่นทำได้ ตัวเองก็ต้องทำได้ และถ้าไม่ถึงที่สุดก็จะไม่พยายามดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าคับข้องใจก็จะพูดและปรึกษาคนอื่นไปเลย ไม่รีรอให้ชักช้า ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ ตรงไปตรงมา และเปิดเผย  เพราะเป็นคนแบบนี้ป่าวถึงทำให้เข้าข่ายอ่า .......  อ๊ะ ช่างเถอะ

2009/Dec/05

อิม ชีวิตที่อิสระ (มั้ย) เริ่มกลับมาอีกครั้ง

ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองควรจะทำอะไรมากกว่านี้ หลังจากที่ครําอยู่ในวงมาเกือบจะ 10 ปี แทบไม่มีอะไรก้าวหน้า ก้าวหน้าไปแต่ภาษาจีนที่ไม่คิดว่าจะได้เรียน และต้องจริงจังถึงขนาดนี้ ถึงกับต้องทิ้งภาษาญี่ปุ่นไป โดยที่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะกลับไปอ่าน ไปเรียนได้อีกทีตอนไหน  เห็นคนอื่นรู้ลึก รู้จริงกันได้ แต่เราอาศัยตัวเองมาถึงขนาดนี้ได้ ก็พอใจ แต่ว่าอยากไปให้มากกว่านี้ อยากรู้จักคนให้มากกว่านี้ แต่ก็ติดตรงที่ว่าเราพูดไม่ค่อยเก่งล่ะนะ ถึงแม้โลกแห่งความเป็นจริงมันจะซ้อนทับกับโลกแห่งความหวัง แต่เราก็หวังที่จะทำให้มันเป็นไปได้ แต่ทุกครั้งก็มีแต่คำว่า แต่ และตัวเองนั่นแหละที่เป็นอุปสรรคในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เพราะคำว่า ขี้เกียจนั่นเอง 5555

อยู่ๆได้รับเกียรติให้เป็น มดที่บอร์ดก็ยังงงๆอยู่ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้หวังให้เป็นอย่างนั้น หวังแค่อยากจะแชร์ข่าวให้ทุกคนได้รู้ทั่วถึงกันเท่านั้นเอง เพราะการที่ได้อ่านเม้นของคนอื่นที่เม้นให้กับเราอย่างจริงใจ มันเป็นอะไรที่รุ้สึกดีมากๆเลย เหอ เหอ ถึงเจตนาออกจะไม่บริสุทธิ์เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายหรอก เนอะ  เห็นจากบล๊อคของคนอื่นนับวันเค้ายิ่งเข้าใกล้วินส์มากขึ้นทุกที แต่ชั้นกลับรู้สึกว่าชั้นยิ่งออกห่าง ไม่ใช่จิตใจ แต่ทางร่างกายต่างหาก ที่ไม่รุ้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ต้องไปทำอย่างอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนห่างๆกันไป  6 ปีที่ห่างกัน 6 ปีที่ไม่ได้อยู่บ้านทุกวัน มันทำให้เราห่างกันมากเกินไปมั้ย วินส์จ๋า ตอนนี้กลับมาอยู่บ้านแล้ว ถึงแม้จะต้องออกจากบ้านทุกวัน ต้องตื่นเร็วทุกวัน ก็จะพยายามเชคข่าว และเข้าถึงนายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการที่ได้ไปเจอพวกนายที่ฮ่องกง ทำให้ชั้นได้รุ้อะไรหลายๆอย่าง แต่ก็ต้องขอบคุณพวกนายด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะว่าไปดูคอน ก็จะไม่รุ้เลยว่า ที่ตัวเองมุมานะพยายามเรียนภาษาจีนมานานนม ก็ไม่ได้ว่างเปล่า แล้วรู้ว่าตัวเองไม่ควรที่จะหยุดอยู่แค่นี้ แต่ควรจะก้าวต่อไปมากกว่าใช่มั้ย

2009/Nov/09

เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆ  เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไป 6 ปีกับเวลาที่ผ่านมานานขนาดนี้

ระยะหลังมานี้ ก็เริ่มรู้สึกสับสน ว่าที่ตัวเองกำลังทำอยู่นี้ มันเป็นสิ่งที่ต้องการจริงมั้ย หรือว่าเป็นแค่การหนีที่พลาดไปเมื่อ 6 ปีก่อน  เมื่อถึงเวลาที่ตัวเองต้องออกไปสู้สังคมอย่างเต็มตัวแล้ว

ทั้งสิ่งที่เรียนมา ก็ยากซะจนคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ไม่มีความสามารถเพียงพอ จะให้ทำได้ยังไง กับเวลาของคนรอบตัวที่เริ่มกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งลำบากใจกับอนาคตที่กำลังจะมา มองก็ยังไม่เห็นด้วยซําว่ามันจะเป็นยังไง แค่เอาตัวให้รอดจะทำได้มั้ย แล้วสิ่งที่อยากทำมันคิดอะไรกันแน่

 มีใครหลายๆคนที่เค้าพบสิ่งที่ตัวเองหวังและต้องการที่จะทำ แต่เรากลับยังหาไม่เจอในสิ่งนั้น เป้าหมายที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร  ล่าสุดกับความฝันที่ทำได้อย่างนึง เมื่อเวลานั้นมาถึงกลับรู้สึกว่า มันยังขาดอะไรไป มองกลับมาดูตัวเองกลับรู้สึกแปลกๆ และว่างเปล่า  จะว่าอิจฉาก็อิจฉาที่เค้าค้นพบสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ พวกเค้าดูเจิดจรัสบนเวทีที่เค้าวาดลวดลายไว้  ไม่รู้ว่าทำไม รู้แต่ว่ามันเหมือนขาดอะไรไป ถึงแม้อยากจะเจอพวกเค้าแบบใกล้ๆ  แต่กลับไม่มีโอกาส สิ่งที่พยายามดิ้นรนกลับหลุดลอย ทั้งๆที่มันก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น  ถึงแม้เป้าหมายและความฝันของคนคนนึงจะมีหลายอย่าง แต่ก็ยังอยากรู้ว่า ความรู้สึกที่ทำความฝันให้เป็นจริงมันจะรู้สึกยังไงกันนะ  แต่ก่อนหน้านั้น อยากรู้จังเลยว่าทุกคนตามหาเป้าหมายของตัวเองเจอได้ยังไงกันนะ

รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังจะคว้ามาได้ แต่มันกลับลอยออกไปไกลเหมือนเดิม  (ตัวเองยังไม่เข้าใจตัวเองเล้ย)  ทั้งๆที่ปีนี้รู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นแททนส่วนของหลายปีที่มันร้อนรน มันก็เป็นเรื่องดี แต่ไม่ที่สุด อ๊ากกกกก โชคชะตาจะแกล้งกันไปถึงไหนนะ  

edit @ 9 Nov 2009 22:18:32 by nihonnosekai

2009/Jun/18

ไม่ได้อัพมาซะนาน

แต่กว่าจะมาอัพทีก็มีแต่เรื่องแบบนี้แหละนะ  เพราะว่าเป็นครั้งแรก ที่มาอยู่ที่จีน ที่เมืองคุนซาน บอกตามตรงเลยว่า ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย ค่าครองชีพก็แพงเกินความจำเป็น ถึงจะเป็นเมืองที่อยู่ติดกับเซี่ยงไฮ้ แต่ก็ไม่ได้เจริญเท่ากับเซี่ยงไฮ้เลย  เมืองเจริญอยู่แค่เป็นกลุ่มๆ ตรงที่มาอยู่เท่านั้น พอออกไปแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่

 ถ้าดูรูปที่ถ่ายมาก้จะบอกว่า ดูแล้วไม่เห็นมันจะบ้านนอกตรงไหนเลย แต่ว่าที่จริงแล้วน่ะ ใครเค้าจะไปถ่ายไอ้ตรงที่มันดูไม่ดีล่ะจริงมะ ไม่อย่างนั้นมันก็ดูจงใจเกินไปหน่อย

การฝึกงานครั้งนี้ ก็รับไม่ได้เลย คนไข้เดินเข้ามารุมหมอในห้อง ไม่มีการรอคิวตรวจ มายืนออแย่งกันตรวจ พอเราไปนั่งฝึก คนไข้ก็มายืนคําหัว มายืนไอ ยืนจาม ยืนเรอ ใส่หัวเรา โอ้มายก๊อด แถมยืนอยุ่ใกล้ๆแค่นี้ก็พูดเบาๆไม่ได้ต้องคุยกับเสียงดังให้มัน ตีกัน หูแทบแตก  เดินๆไปก็ขากถุยกันเลย ไอ้ตอนโอลิมปิดครั้งล่าสุดที่โฆษณาว่าไม่มีขากถุยแล้วน่ะ เป็นเรื่องโกหก ยังมีกันอยู่เลย แต่ว่าน้อย แล้วแต่ก็ยังเจอ ยืนๆอยุ่บนบันไดเลื่อนก็ขากแล้วถุยบนนั้นเลย แบบว่า เอิ่ม อยากอ๊วก    เดินๆอยู่ก็ทำเสียงขากเสียงดังมากแบบว่า คนที่นี่สูบบุหรี่จัดกันมาก แถมสูบกันแพร่หลายกว่าไทย เสียงขากก็จะมีกันทุกหย่อมหญ้า แถมเป็นเสียงดังมาก เพราะมันขากยาก เหอ เหอ

 

มาเจอแบบนี้แล้ว อยากกลับบ้านมากเลย มีอยู่วันนึงคนไข้มันยื่นมือจะมาเอาใบส่งตรวจจากเด็กฝึกงานอีกคน มันดันเข้ามือมาแขกหัวช้านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ไม่เจ็บมาก แต่แค้น  แมร่งงงงง ไมมันไม่มีมารยาทกันแบบนี้วะ    อยากจะหันไปด่า ซึ่งเราด่าเป็นภาษาจีนไม่เป็น ด่าไปมันคงไม่เจ็บ เซ็งอย่างแรงเลย

 

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ คิดถึงสามหนุ่มอ่ะ มาอยู่นี่คิดถึงอย่างแรง เสี้ยนอยากอ่านฟิค อยากอ่านการ์ตูนด้วยอ่ะ

คิดถึงสมัยนี้จัง ที่สามหนุ่มยังเอ๊าะๆกันอยู่เลย

น่ารักได้อีกจริงจริง

 

edit @ 18 Jun 2009 15:17:27 by nihonnosekai